TronStory.com

บันทึกทฤษฏี DSM คุณส้มโอที่กระทิงเขียว สรุปเรื่อง DSM ไว้

ที่มา densrimethod.blogspot.com/2014/10/dsm.ht…
ขอนำมาลงไว้ที่นี่ 

….

คุณส้มโอที่กระทิงเขียว สรุปเรื่อง DSM ไว้ดีมากๆเลย

เด่นศรี method (DSM–DENSRI METHOD)
ที่โพสต์โดยคุณ เด่นศรี ที่โต๊ะสินธร
เคยโพสต์ครั้งตั้งแต่เมื่อหลายปีก่อนปรากฎว่า โดนด่าว่าบ้าเสียสติ สามปีผ่านไป คุณเด่นศรีรวยขึ้นจากการเล่นหุ้น
จากตัวเดียวปัจจุบันมีหุ้น 50 ตัว และปริมาณหุ้นมากขึ้น เงินมากขึ้น โดยอ้างว่าเป็นการเล่นหุ้นแบบฝรั่ง คือ ยิ่งลงยิ่งขาย ขึ้น กลับขายน้อย

การเล่นก็คือ วงเงินควร 200000 บาทขึ้นไป แต่ถ้าชาวเน็ต ก็คงต้อง 230000ละมังคะ เพราะค่าโบรก ถูกกว่า คือ 0.21%

ซื้อหุ้นทันที หลักการเลือกหุ้น แรกเริ่มหัดใช้ควรเล่นแบบเลือกตัวที่พื้นฐานดี มีสภาพคล่องด้วย ซื้อหุ้นทันทีไม่สนใจราคา

โดย โจทย์กำหนด ว่า


1. จะไม่เพิ่มวงเงิน เด็ดขาด
2. ไม่เดาตลาด ให้ทำไปโดยอัตโนมัติ คือ เมื่อลงมาถึงราคาที่กำหนดว่าจะขาย ต้องขาย ครั้งละ 10% อย่าเดาว่า ขายที่ราคานี้เท่านี้ ถ้ากำหนด สองช่อง ก็ต้องสองช่อง
3. ส่วนขาขึ้น ขายเหมือนกัน ทุก สองช่อง(หรือกี่ช่องแล้วแต่ความเหมาะสม) แต่ครั้งละ 1%
สมมติคุณซื้อหุ้น X 10000 หุ้น ที่ราคา 20 บาท
ถ้าราคาที่เท่าไหร่คุณจะขาย
อาจจะเป็น 2 – 3 ช่อง โดยดูว่า หรือถ้าเป็น สามตัวสิบ อาจจะเป็นช่องเดียว

หุ้น ..x ปริมาณ 10000 หุ้น ที่ราคา 20 บาท
กำหนด
19.80, 19.60, 19.40, 19.20 ..ถ้าลงมาถึงต้องขาย ครั้งละ 10% อาจจะขายจนหุ้นหมด แต่มีข้อกำหนดว่า ถ้าราคาเริ่มนิ่งต้องหยุดขาย จากนั้น ก็รอซื้อหุ้นคืน
โดย
1. ซื้อคืนในราคาที่ต่ำกว่าขายไปเท่านั้น ซื้อเมื่อ หุ้นตัวนั้นเริ่มโงหัวขึ้น และเซตเริ่มเขียว
2. จำนวนที่ซื้อคืน ก็อย่างที่บอก ถ้าเราจะซื้อคืน ก็ดูว่าราคาที่ซื้อคืนนั้น ถูกกว่าที่ขายไป ช่วงไหนบ้าง เช่น ขายจนถึง 19.20 หุ้นลงไปจน 19.10 แล้วเริ่มโงหัวขึ้น…. ก็เริ่ม ซื้อคืน อาจจะซื้อคืนทั้งหมด ตามจำนวนที่ขาย ตั้งแต่ที่ราคา 19.80, 19.60, 19.40 แต่ที่ราคา 19.20 จะซื้อคืนก็ราคาต้องอยู่ต่ำกว่า 19.00 ดังนั้นเราจะซื้อคืนได้สามราคา
สรุป จะเหลือหุ้น x เดิมที่ 20 บาท 6000 หุ้น และที่ซื้อคืน อีก 3000 หุ้น รวม 9000 หุ้น ซึ่งตอนนั้นพอร์ท คุณติดลบแน่นอน แต่ เกิด กระแสเงินสดแฝง ที่เกิดจากการขายแล้วซื้อต่ำ เก็บเงินไว้ อย่าเอาออกจาก บ/ช ให้จด บันทึกทุกวัน
3. กรณีหุ้นขึ้น คุณก็ขายทุกสองช่อง ครั้งละ 1% ซึ่งราคาที่ขาย ก็จะต้องสูงกว่า ราคาที่ซื้อ

4. ให้ดูหุ้น ทุก 5 นาที [ความจริงคือเอาที่เราสะดวก ที่ จขกท.บอก 5 นาทีเพราะ คุณเด่นศรีเคยบอกไว้ แต่นั่นก็เพราะว่า คุณเด่นศรีเองทำงาน เล่นเกม อ่านหนังสือ ใกล้จอคอมอยู๋แล้ว จึงดูได้บ่อยๆ] ถ้า ถึงจุดกำหนดขาย ก็ขาย จุดกำหนดซื้อก็ซื้อ แต่ถ้าราคามันลงเรื่อย ๆ ขายจนหมดแล้วก็ยังลงต่อ ก็รอ ภาวนาให้มันลงต่ำมาก ๆ จะได้ซื้อคืนทีเดียว บางครั้งการซื้อคืนอาจจะไม่อยากซื้อคืนทีเดียวทั้งหมด ก็ให้ซื้อคืนทีละ 10% ที่ขายไปแต่ละช่องก็ได้

5. การกำหนดราคาใหม่แน่แต่ละวัน หุ้น x ขายไป 4000 หุ้นเมื่อวันก่อน
วันต่อมามันขึ้นไปเปิด ที่ 19.80 เปิดบวก แล้วเริ่มลง คุณก็ขาย 10% ของหุ้นที่เหลืออยู่นะ ไม่ใช่ 10% ของหุ้นเดิม

6. เช่นกันถ้าหุ้นเปิดบวก แล้วขึ้นต่อ ก็ขายทีละ 1%

ปัญหา ซื้อคืนไม่ได้ ช่างมัน เก็บเงินไว้ มีมากพอ ก็ไปซื้อ หุ้นเพิ่ม หรือซื้อตัวใหม่
ถ้าราคาขายจนหมด แล้วซื้อคืน แล้วลงต่อ เช่น N-park ก็ ปล่อยมันลงไป คุณจะรู้โดยอัตโนมัติเองว่า หุ้นไม่ดี ไม่น่าลงทุน ก็ไปซื้อตัวใหม่…
การซื้อขายทั้งขาลงขาขึ้น จะช่วยให้เราทราบแนวรับแนวต้าน ของหุ้นตัวนั้นโดยอัตโนมัติด้วย

ใช้เวลา 2 ปี กว่าจะเห็นกำไร แต่มีหุ้นเพิ่มขึ้น
แทนที่ จะมีหุ้น จาก 20 บาท*10000 หุ้น เป็น 40 * บาท * 10000 หุ้นนั่นคือกำไร
แต่ของคุรเด่นศรีคุณจะมีหุ้นเพิ่มมากขึ้น โดยที่ราคาเราไม่ได้สนใจ

ข้อควรจำ การทำต้องทำต่อเนื่อง อย่างน้อย 2 ปี เวลานี่อาจจะไม่แน่นอนขึ้นกับตลาดด้วยนะเราว่า ถ้าเลิกกลางคัน จะกลายเป็นขาดทุนย่อยยับ

คุณเด่นศรีต้องการหุ้นมากขึ้น ไม่ใช่กำไรจากการขาย เงินปันผลคือของแถม แต่อนาคตคือ การมีหุ้นในบริษัทเหล่านั้นมากพอ มั่นคง สามารถอยู่ได้ตลอดไป เป็นการเล่นที่ยืนยาวอ่ะคะ 

ที่มา densrimethod.blogspot.com/2014/10/dsm.ht…
ขอนำมาลงไว้ที่นี่ 

guest
ให้คะแนน
0 ความคิดเห็น
Inline Feedbacks
View all comments