TronStory.com

พ.ศ.2539 เก็บเงินซื้อรถคันแรก ตอนอายุ 17

เก็บเงินซื้อรถคันแรก ตอนอายุ 17 เมื่อปี พ.ศ.2539
และรถคันนี้ก็เป็นรถแต่งงานตอนอายุ 23

 


รถคันนี้ เจ้าของเดิมแกชื่อพี่สมเกียรติ ทำงานไฟฟ้า ผมเห็นครั้งแรกรู้สึกถูกชะตาทันที ไปขอซื้อต่อแกทั้งๆที่ก็ไม่มีเงิน ตั้งใจว่าจะมาขอให้แม่ซื้อให้ แกเอาแต่หัวเราะ และบอกยังไม่ขาย ส่วนผมก็ไม่ลดละความพยายามเช่นกัน เลิกงานตอนเย็นๆค่ำๆ แกชอบไปจอดรถนั่งคุยกับเพื่อนแกตามบ้านหลายๆที่ ผมดักรออยู่แล้ว ก็ตามไปทุกที่ ผมขับรถไปไหนมาไหนได้ตั้งแต่อายุ 13 เพราะแม่บังคับให้หัดขับตั้งแต่ 10ขวบ ตามตื้อแกอยู่ 2 เดือน จนแกรำคาญยอมขายให้ 55,000 บาท แต่ผมดันไม่มีเงิน เลยขอผ่อนแกอีก แกก็ใจดียอมให้ผ่อน 555 จนในที่สุดก็ได้รถคันนี้มาครอบครองสมใจ

ปัจจุบันนี้ยังเก็บรักษาไว้อยู่

อายุ 18 งอนแม่ หนีออกจากบ้าน ด้วยรถคันแรกนี้
ไปใช้ชีวิต นอนในรถอยู่ริมหาดจอมเทียน 1 เดือน ตอนปี พ.ศ.2540

จนทุกวันนี้ ผมก็ยังจำไม่ได้ว่า งอนแม่เรื่องอะไร ผมเก็บของทุกอย่างเท่าที่จะเอาใส่รถได้ ฝากระโปรงท้ายรถผมเอาตระกร้ามาหลายๆใบจัดเป็นหมวดๆ จัดของเข้าตามแผนก มีอุปกรณ์ดำรงชีวิตครบครัน ผมมีประสบการณ์แล้วว่ายามหนีออกจากบ้านไปอยู่ไกลๆ ไม่มีความพร้อมอะไรเลย ลำบากมาก

คืนนั้นผมออกเดินทาง จุดหมายคือ “ไม่มี” ไปเรื่อยๆ แต่ขับไปทางจันทบุรี ระยอง และไปหมดแรงที่ อ.บ้านฉาง จ.ระยอง ตอนประมาณ ตี2 ผมเลยจอดนอนแถวตลาดสด มันปลอดภัย เช้ามืดคนเยอะดี

เช้าวันรุ่งขึ้น ผมขับรถหาบ้านเช่า เลยได้ทาวเฮ้าส์ราคาไม่แพง แต่ขอติดเจ้าของบ้านไว้ครึ่งนึง แกก็ให้ ผมเลยเอาของทุกอย่างเก็บไว้ที่ห้อง และขับรถเข้ากรุงเทพ ไปที่ตึกใบหยก 1 จะไปหาซื้อเสื้อผ้าเอามาขาย แต่แถวตึกใบหยกจะหาที่จอดรถยาก ผมเลยขอฝากรถไว้กับป้อมยามตำรวจ แถวถนนศรีอยุธยา พี่แกก็ใจดีให้จอด ผมเลยเดินไปซื้อเสื้อผ้า และนั่งตุ๊กๆกลับมาเอาของใส่รถ แล้วขับกลับไปที่ อ.บ้านฉาง

จอดนอนหาดจอมเทียน เหตุผลเดียวคือ ลมมันเย็นดี
ผมขับรถจากบ้านฉางมาถึงพัทยา ก็ตรงไปที่หาดจอมเทียน คุ้นเคยหาดตรงนี้ เพราะตอนเด็กๆ ที่บ้านพามาเที่ยวแต่ตรงนี้ ตอนแรกผมก็คิดหาห้องเช่า แต่ในใจไม่ชอบบรรยากาศห้องเช่า คืนนั้นเลยจอดนอนริมหาดจอมเทียนซะเลย มันสะดวกอีกอย่าง มันมีห้องน้ำ 5 บาทอยู่เรียงรายเต็มไปหมด สมัยนั้นหาดจอมเทียน พอดึกๆหน่อยก็เงียบสงบมาก ไม่มีอันตราย และลมทะเลมันพัดแรงดีมาก ยุงก็ไม่ค่อยมี เพราะลมมันแรง 555 รถโบราณของผม เบาะไม่เหมือนรถสมัยนี้ เบาะมันเป็นเบาะสปริง นอนสบายมาก ผมมีผ้าห่ม มีหมอนข้าง เตรียมไปเสร็จสรรพ

ตอนดึกๆที่หาดจอมเทียนสมัยนั้น เงียบมาก บางจุดก็เงียบจนวังเวง แต่ผมไม่กลัวผี เพราะตอนเด็กที่ผมอยู่หอประจำ ตึกหออยู่ติดกับสุสานเลย ด้านข้างสุสานฝรั่ง ด้านหลังสุสานจีน

การใช้ชีวิตในรถ ริมหาดจอมเทียน 1 เดือน มันก็ต้องมีเทคนิคหลายอย่างครับ เช่นเรื่องการอาบน้ำ ผมเลือกทำเลเจ้าประจำอยู่ที่นึง ด้านหน้าเป็นโรงแรมตึกแถวเล็กๆ มีที่จอดรถและห้องน้ำ ห้องอาบน้ำอยู่ด้านหลัง เอารถไปจอดข้างห้องน้ำได้เลย ผมใช้ตรงนี้ประจำจนสนิทกับลุงที่เป็นยามที่นั่น เสีย 10 บาท อาบน้ำ ล้างรถ ซักผ้าได้ด้วย 555 แต่ก็ล้างรถแบบใส่ขันเช็ดๆเอาเท่านั้น

(โรงแรมที่เล่ามา ปัจจุบันคือโรงแรมเซิร์ฟบีชโฮเต็ล เดี๋ยวนี้มีร้านกาแฟอเมซอนอยู่ด้านล่างด้วย มีที่จอดรถด้านหลัง)

ตอนกลางคืนบางวัน ยุงก็เยอะ ผมนี่มีเพื่อนเป็นไบกอนเลย ต้องซื้อติดไว้ตลอด จนสุดท้ายไม่ไหว ควันมันฟุ้งในรถ ผมเลยไปซื้อ ที่กันแดด ที่มันเป็นผ้ามุ้งสีดำสี่เหลี่ยมพับได้ เอามา 4 อัน เหน็บเข้ากับกระจก รถโบราณกระจกมันสี่เหลี่ยมและเล็ก มันเข้ากันได้พอดีเป๊ะ นอนตอนกลางคืนไม่โดนยุงกัดอีกเลย นอนแบบนั้นจนติดใจ ก็เลยนอนเรื่อยมา ไม่เช่าห้อง

ของที่ผมกินบ่อยมากๆคือ ไข่ปิ้งเสียบไม้ ไม้นึงมี 4-5ลูก มันถูกดี มีซอสให้ด้วย เขาจะเดินขายตามชายหาดจอมเทียน เดี๋ยวนี้ก็ยังเห็นอยู่

ผมใช้รถคันนี้ขับไปแทบจะทั่วเมืองพัทยา ภาพที่เห็นประจำคือ ฝรั่งแทบทุกคนจะหันมอง และบางคนก็ยกนิ้วโป้งให้ เขาคงถูกใจรถโบราณ วันๆนึงเจอแบบนี้เป็นสิบราย


ต่อๆมา รถโอเปิ้ลผม เริ่มมีปัญหา คือปั้มน้ำรั่ว น้ำในหม้อน้ำรั่วออก แต่ก็ต้องใช้มัน ผมแก้ปัญหาโดยการ เตรียมขวดน้ำไว้ในรถเยอะๆ พอความร้อนเริ่มสูงขึ้น ก็ไปเปิดฝากระโปรง เพื่อเติมน้ำ เติมทุกครึ่งชั่วโมงเลย

รถโอเปิ้ล เริ่มไม่ไหว โทรให้เพื่อนเอารถที่บ้านไปรับ
(อายุ 18) ผมออกจากบ้านมานอนอยู่หาดจอมเทียนครั้งนี้ เป็นเวลา 1 เดือนเศษๆ รถเริ่มอาการหนักมากขึ้น คือ ปั้มน้ำรั่ว ผมโทรกลับไปบ้านเพื่อน ถามว่าที่บ้านผมเป็นยังงัยมั่ง เพื่อนผมบอกว่า แม่ผมมาบอกให้กลับได้แล้ว ผมเลยบอกเพื่อนว่า รถไปไม่ไหว ของที่ห้องเช่าก็เยอะ ผมเลยบอกให้เพื่อนผมไปบอกแม่ว่าให้เอารถมารับ ตกลงตามนี้ แล้วพรุ่งนี้จะโทรมาใหม่

วันรุ่งขึ้นผมโทรไป เพื่อนก็ทำตามนั้นจริงๆ คือไปบอกแม่ผม แม่ก็เลยให้เอารถกระบะมารับ ตอนนี้ผมขับรถมาอยู่บ้านเช่าที่ อ.บ้านฉางแล้ว เพื่อนผมเดินทางมาหา 3 คน เราขนของแบ่งขึ้นรถทั้ง 2 คัน แล้วก็เดินทางกลับ …แต่โอเปิ้ลขับมาถึงศรีราชา เครื่องก็เริ่มไม่ไหว ความร้อนสูงมาก ผมเลยตัดสินใจจอดทิ้งไว้ข้างถนนในเมืองศรีราชา แล้วก็ย้ายของทั้งหมดขึ้นกระบะ ..กลับบ้าน  อ่านต่อ..คลิกที่นี่

เป็นรถแต่งงาน ตอนปี 2545 (อายุ 23)

guest
ให้คะแนน
0 ความคิดเห็น
Inline Feedbacks
View all comments