<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	
	>
<channel>
	<title>
	ความเห็นบน: DSM คือการลงทุนแบบ ขายแล้วซื้อคืน เพื่อให้มีเงินไหลเข้าบัญชี&#8230;เขียนโดยคุณคนคิดเวอร์ Pantip	</title>
	<atom:link href="https://www.tronstory.com/dsm/489/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.tronstory.com/dsm/489/</link>
	<description>บันทึกโลกแห่งการเรียนรู้ นอกห้องเรียน</description>
	<lastBuildDate>Thu, 15 Oct 2020 04:50:04 +0000</lastBuildDate>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=7.0</generator>
	<item>
		<title>
		โดย: Mr.Warich		</title>
		<link>https://www.tronstory.com/dsm/489/#comment-5</link>

		<dc:creator><![CDATA[Mr.Warich]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 15 Oct 2020 04:31:58 +0000</pubDate>
		<guid isPermaLink="false">#comment-5</guid>

					<description><![CDATA[&lt;span style=&quot;color: rgb(47, 47, 47);&quot;&gt;เขียนโดยคุณ คนคิดเวอร์ &lt;/span&gt;
&lt;span style=&quot;color: rgb(47, 47, 47);&quot;&gt;ความคิดเห็นที่ 17 กระทู้ &lt;/span&gt;https://pantip.com/topic/37408471

...

1-12-2560
...
ขอเพียงคุณสร้างบริษัทที่ดี ...... ผมจะเข้าไปซื้อมัน
...
ประโยคสั้นๆนี้ สรุปสิ่งที่ผมกำลังทำได้อย่างครบถ้วน
...
Cut loss และ Let Profit Run เป็นสิ่งที่ผมและครอบครัว ทั้งภรรยา และ ลูกสาววัย 10 ขวบ กำลังทำกันอย่างสนุกสนานทุกวันที่ตลาดหุ้นเปิด
...
โพสต์ก่อนหน้านี้ ผมทิ้งท้ายไว้ และ เดาไว้ในใจแล้วว่า ต้องมีเพื่อนสงสัยแน่ว่า แล้วจะรู้ได้ยังไงว่า ตอนไหนต้อง cut loss ตอนไหนต้อง let profit run
...
คำตอบคือ ---&#062;&#062;&#062; ผมเองก็ไม่รู้ อิอิ
...
แต่ถ้าถามว่ายากไหมที่จะทำ คำตอบของผมอยู่ที่ลูกสาว อายุ 10 ขวบ
...
คุณคิดว่าง่ายหรือยากละ ถ้าเด็กหญิงอายุ 10 ขวบ ยังทำได้สบาย
...
...
ณ ตอนนี้ ผมมีโจทย์ใหม่ขึ้นมา ผมทดสอบระบบ DSM อีกครั้ง หลังจากที่ผมหยุดการสอนไปเป็นเวลากว่า 10 ปี
...
เพียงแต่ครั้งนี้ การสอนครั้งนี้ เป็นการสอนให้แก่น้องที่ช่วยชีวิตผมไว้ ผมถามความเห็นของภรรยาและลูกสาวว่า &quot; อยากให้ผมสอนเค้าไหม ? &quot;
....
เมื่อทุกคนอยากให้สอน การสอนจึงเริ่มขึ้น วันที่เริ่มสอนคือวันที่ 5 ตูลาคม 2560
...
คำถามแรกที่ผมถามน้องท่านนี้คือ .... ค่าใช้จ่ายในแต่ละปี อยู่ที่เท่าไหร่ ( คำตอบคือ ปีละ 2 ล้านบาท )
...
เราจึงเริ่มกันด้วย เป้าหมายแรกง่าย ๆ ---&#062;&#062;&#062; ต้องทำปันผลต่อปีให้ถึง 2 ล้านบาท
...
...
และมีกติกาง่าย ๆ คือ
1... ห้ามแย้ง ห้ามสงสัย
2... ทำตามอย่างเดียว โดยไม่ต้องคิดอะไร
3... ถ้าแย้งเมื่อไหร่ ผมเลิกสอนทันที
... น้องท่านนี้ตอบว่า OK ค่ะ จะเป็นนักเรียนที่ดีที่สุดให้ได้
...
...
เป้าหมายที่สอง ---&#062;&#062;&#062; กำหนดเป้าเงินที่ไหลเข้าบัญชี เพื่อเพิ่มหุ้นบริษัทใหม่
...
เมื่อกำหนดเป้าแรกให้เสร็จ น้องท่านนี้ร้อง โห ... แล้วจะได้ไหมเนี่ยะ ( แค่ 10 เปอร์เซนต์ของพอร์ตเริ่มต้นเองนะเนี่ยะ 555+ ) ..... ผมตอบแบบยิ้ม ๆ ว่า &quot; เด๋วก็ได้ *0* &quot;
...
น้องท่านนี้ จากเดิม ซื้อหุ้นถือไว้เฉย ๆ ผมดูจากพอร์ตเริ่มต้นแล้ว พอร์ตเค้ากำไรอยู่เยอะพอควร ดังนั้นสมการคือ จะเอากำไรและต้นทุนออกมาไว้ในสมุดบัญชีได้อย่างไร โดยที่หุ้นยังคงอยู่เหมือนเดิม หรือ มากกว่าเดิม
...
เวลาผ่านไป 10 วัน น้องท่านนี้ไลน์มาบอกว่า &quot; พอร์ตบวม &quot;
ผมจึงถามว่า พอร์ตบวมคืออะไร น้องตอบว่า ... ต้นทุนพอร์ตมันสูงขึ้น
...
ผมจึงบอกว่า ... ลองดูให้ดี จากเดิมที่เริ่มระบบ ไม่มีเงินเลยสักบาทเดียวในสมุดบัญชี ผ่านมา 10 วัน มีเงินไหลเข้ามาหลายหมื่นบาท และ หุ้นในพอร์ตมากกว่าเดิม มันไม่ใช่การเอาเงินเพิ่มลงไปซื้อหุ้นจนต้นทุนเพิ่ม
...
น้องถามว่า มันเป็นอย่างนี้ได้อย่างไร ผมตอบน้องง่าย ๆ ว่า &quot; ผมก็ไม่รู้เหมือนกัน ตลาดหุ้นมันมีข้อสงสัยเต็มไปหมด ดังนั้น สิ่งที่ควรทำคือ หาวิธีที่ดี เลิกสงสัย แล้วรอดูผลของมัน &quot;
...
และผมถามต่อว่า ... แล้วถ้าคิดว่าพอร์ตบวม กังวลไหม และ จะทำต่อไหม น้องก็บอกว่า จะทำต่อ
...
1 เดือนผ่านไป น้องตื่นเต้นมาก เพราะอยู่ ๆ เงินก็ไหลเข้าบัญชีจนถึงเป้าแรกที่จะได้สิทธิเพิ่มหุ้นบริษัทใหม่เข้าพอร์ต
น้องท่านนี้ เลือกหุ้นอย่างสนุกสนาน เพื่อเป็นหุ้นใหม่เข้าพอร์ต
...
ระบบจึงเริ่มสนุกขึ้น เพราะมีกติกาที่ต้องเรียนเพิ่มขึ้นจากเดิม ทีจากเดิมมีเพียง ขึ้นซื้อ ลงขาย
...
จากเดิมที่น้องท่านนี้ ปล่อยหุ้นไว้เฉย ๆ เพราะไม่รู้จะทำอะไรกับมัน กลายเป็นสนุกกับการปั๊มเงิน ปั๋็มหุ้น ถึงกับบอกว่า สนุกมากเลย
...
เมื่อเป้าแรกผ่านไป ผมกำหนดเป้าที่สองต่อ น้องท่านนี้ก็ยังร้องเหมือนเดิม ... โห เป้าอีกไกลเลย จะได้ไหมเนี่ยะ
...
ผมยังคงยิ้มและตอบเช่นเดิม &quot; เด๋วก็ได้ *0* &quot;
...
ณ วันนี้ เป้าที่สองก็ผ่านไปอีก ได้หุ้นเพิ่มอีก และยอดเงินในบัญชี กำลังถึงเป้าที่ 3 น้องกำลังเตรียมหุ้นใหม่ที่จะเอาเข้าพอร์ต ( รอบนี้ เตรียมหุ้นใหม่แต่วันเลย อิอิ )
...
ในช่วงเวลาที่ผ่านมา มีหุ้นบางตัวที่น้องต้องปล่อยขายออกมาเรื่อย ๆ จนน้องกลัวหุ้นจะหมดมือ ผมบอกเพียงว่า ขอให้เชื่อระบบ อย่าไปฝืนระบบ ( แล้วน้องก็ฝืนจริง ๆ ในวันหนึ่ง )
...
แล้วจากนั้นไม่กี่วัน หุ้นที่น้องฝืนซื้อเข้ามา เพราะเสียดาย ก็พ่นพิษ จนน้องบอกว่า ไม่น่าเลย ไม่น่าด่วนใจร้อนเลย ( ผมได้แต่อมยิ้ม เพราะดีใจที่น้องเจอกับตัวเอง โดยที่ผมไม่ต้องตำหนิ )
...
ระหว่างทาง น้องก็ถามว่า จะทราบได้อย่างไรว่า เค้าสามารถทำได้แล้ว อยู่ในตลาดหุ้นได้แล้ว ?
..
..
ผมตอบว่า &quot; จนกว่าจะได้เงินทุนเริ่มต้นทั้งหมด เข้ามาอยู่ในสมุดบัญชีทั้งหมด และ หุ้นในมือ ยังเท่าเดิม หรือ มากกว่าเดิม นั่นแหละ ผมจึงจะสรุปว่า ----&#062;&#062;&#062; ผ่าน &quot;
...
ระยะเวลาท่ี่เรียนมา แม้จะแค่ 2 เดือน แต่น้องก็ได้เห็นอะไรจากระบบ เห็นสิ่งที่ระบบทำงาน ได้เห็นว่า ตลาดหุ้นมันทำเงินง่าย ขอเพียงมีระบบที่ถูกต้อง แล้วเชื่อใจระบบ อย่าฝืนระบบ ระบบจะทำงานของมันอย่างถูกต้องเอง ทั้ง
การ Cut Loss ...
การ Let Profit Run ....
การ เพิ่มหุ้นใหม่
การ อดทนที่จะรอตามที่ระบบทำงาน
การ ปั้มเงินของระบบ
...
โดยที่น้องไม่ต้องคิดสงสัย ไม่ต้องหาเหตุผลว่ามันมาได้อย่างไร ไม่ต้องดูข่าวสถานการณ์บ้านเมือง ไม่ต้องดูความเป็นไปของตลาดโลก ดูเพียงแค่ .... ราคาหุ้น
...
...
ผมบอกน้องท่านนี้ว่า วงจรหุ้น มันยังอีกยาว ผมอาจจะต้องใช้เวลาสอนถึง 2 ปี ในการดึงเงินต้นทุนทั้งหมดกลับสู่สมุดบัญชี โดยที่หุ้นในมือยังเท่าเดิมหรือมากกว่าเดิม .... ขอให้อดทนจนถึงวันนั้น แล้วผมจะปล่อยมือให้น้องลุยด้วยตัวเอง
..
...
น้องท่านนี้ เป็นคุณหมอ ที่ช่วยชีวิตผมไว้ในคราวที่ผมเข้า ICU
....
....
( ยิ้มแย้ม )
เด่นศรี ครับ

***************************************************************************
ต้ดข้อความช่วงที่คุณเด่นศรีพูดถึงพอร์ตของคุณหมอลูกศิษย์คุณเด่นศรี

&quot;จากเดิมที่เริ่มระบบ ไม่มีเงินเลยสักบาทเดียวในสมุดบัญชี ผ่านมา 10 วัน มีเงินไหลเข้ามาหลายหมื่นบาท และ หุ้นในพอร์ตมากกว่าเดิม&quot;
..............
&quot; 1 เดือนผ่านไป น้องตื่นเต้นมาก เพราะอยู่ ๆ เงินก็ไหลเข้าบัญชีจนถึงเป้าแรกที่จะได้สิทธิเพิ่มหุ้นบริษัทใหม่เข้าพอร์ต &quot;
.............

จาก 2 ประโยคด้านบน ทำให้จับประเดินได้ว่า ใน 10 วันแรก แม้ว่าจำนวนเงินในบัญชีจะไม่ได้เพิ่มขึ้นถึงเป้าแรกที่จะซื้อหุ้นบริษัทใหม่เพิ่ม(เข้าใจว่าเป็นเป้าในความหมายที่คุณกระสุนนำข้อความมาโพส) แต่หุ้นเดิมๆ ก็เพิ่มขึ้นแล้วใน 10 วันแรก

ตรงนี้คืออีกจุดที่ผมสงสัยครับว่ากระบวนการซื้อขายแบบ&#160;&#160;1% น่าจะแยกเป็นซื้อเพิ่มใหญ่กับซื้อเพิ่มย่อย ซื้อเพิ่มใหญ่คือซื้อหุ้นบริษัทใหม่หรือเพิ่มหุ้นเดิมเมื่อเงินในบัญชีถึง 1 แสน(ต่อทุน 1 ล้าน)ตามที่คุณกระสุนช่วยยกข้อความมาให้ดูกัน&#160;&#160;แต่ซื้อเพิ่มย่อย น่าจะมีตลอดในช่วงการซื้อขาย 1% นั้น เพราะแค่ 10 วันแรก ก่อนถึงเป้าซื้อเพิ่มใหญ่ตอน 1 เดือน จำนวนหุ้นในพอร์ทของคุณหมอศิษย์คุณเด่นศรีก็เพิ่มขึ้นแล้ว

ผมจึงอยากทราบจังหวะการซื้อเพิ่มย่อยตรงนี้หน่อยครับ คุณกระสุนหรือคุณกำไรสุทธิ หรือท่านอื่นที่ใช้ระบบ 1% พอจะแนะนำให้หน่อยได้ไหมครับ
ขอบคุณทุกท่านล่วงหน้าครับ]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><span style="color: rgb(47, 47, 47);">เขียนโดยคุณ คนคิดเวอร์ </span><br />
<span style="color: rgb(47, 47, 47);">ความคิดเห็นที่ 17 กระทู้ </span><a href="https://pantip.com/topic/37408471" class="autohyperlink" target="_blank">pantip.com/topic/37408471</a></p>
<p>&#8230;</p>
<p>1-12-2560<br />
&#8230;<br />
ขอเพียงคุณสร้างบริษัทที่ดี &#8230;&#8230; ผมจะเข้าไปซื้อมัน<br />
&#8230;<br />
ประโยคสั้นๆนี้ สรุปสิ่งที่ผมกำลังทำได้อย่างครบถ้วน<br />
&#8230;<br />
Cut loss และ Let Profit Run เป็นสิ่งที่ผมและครอบครัว ทั้งภรรยา และ ลูกสาววัย 10 ขวบ กำลังทำกันอย่างสนุกสนานทุกวันที่ตลาดหุ้นเปิด<br />
&#8230;<br />
โพสต์ก่อนหน้านี้ ผมทิ้งท้ายไว้ และ เดาไว้ในใจแล้วว่า ต้องมีเพื่อนสงสัยแน่ว่า แล้วจะรู้ได้ยังไงว่า ตอนไหนต้อง cut loss ตอนไหนต้อง let profit run<br />
&#8230;<br />
คำตอบคือ &#8212;&gt;&gt;&gt; ผมเองก็ไม่รู้ อิอิ<br />
&#8230;<br />
แต่ถ้าถามว่ายากไหมที่จะทำ คำตอบของผมอยู่ที่ลูกสาว อายุ 10 ขวบ<br />
&#8230;<br />
คุณคิดว่าง่ายหรือยากละ ถ้าเด็กหญิงอายุ 10 ขวบ ยังทำได้สบาย<br />
&#8230;<br />
&#8230;<br />
ณ ตอนนี้ ผมมีโจทย์ใหม่ขึ้นมา ผมทดสอบระบบ DSM อีกครั้ง หลังจากที่ผมหยุดการสอนไปเป็นเวลากว่า 10 ปี<br />
&#8230;<br />
เพียงแต่ครั้งนี้ การสอนครั้งนี้ เป็นการสอนให้แก่น้องที่ช่วยชีวิตผมไว้ ผมถามความเห็นของภรรยาและลูกสาวว่า &#8221; อยากให้ผมสอนเค้าไหม ? &#8221;<br />
&#8230;.<br />
เมื่อทุกคนอยากให้สอน การสอนจึงเริ่มขึ้น วันที่เริ่มสอนคือวันที่ 5 ตูลาคม 2560<br />
&#8230;<br />
คำถามแรกที่ผมถามน้องท่านนี้คือ &#8230;. ค่าใช้จ่ายในแต่ละปี อยู่ที่เท่าไหร่ ( คำตอบคือ ปีละ 2 ล้านบาท )<br />
&#8230;<br />
เราจึงเริ่มกันด้วย เป้าหมายแรกง่าย ๆ &#8212;&gt;&gt;&gt; ต้องทำปันผลต่อปีให้ถึง 2 ล้านบาท<br />
&#8230;<br />
&#8230;<br />
และมีกติกาง่าย ๆ คือ<br />
1&#8230; ห้ามแย้ง ห้ามสงสัย<br />
2&#8230; ทำตามอย่างเดียว โดยไม่ต้องคิดอะไร<br />
3&#8230; ถ้าแย้งเมื่อไหร่ ผมเลิกสอนทันที<br />
&#8230; น้องท่านนี้ตอบว่า OK ค่ะ จะเป็นนักเรียนที่ดีที่สุดให้ได้<br />
&#8230;<br />
&#8230;<br />
เป้าหมายที่สอง &#8212;&gt;&gt;&gt; กำหนดเป้าเงินที่ไหลเข้าบัญชี เพื่อเพิ่มหุ้นบริษัทใหม่<br />
&#8230;<br />
เมื่อกำหนดเป้าแรกให้เสร็จ น้องท่านนี้ร้อง โห &#8230; แล้วจะได้ไหมเนี่ยะ ( แค่ 10 เปอร์เซนต์ของพอร์ตเริ่มต้นเองนะเนี่ยะ 555+ ) &#8230;.. ผมตอบแบบยิ้ม ๆ ว่า &#8221; เด๋วก็ได้ *0* &#8221;<br />
&#8230;<br />
น้องท่านนี้ จากเดิม ซื้อหุ้นถือไว้เฉย ๆ ผมดูจากพอร์ตเริ่มต้นแล้ว พอร์ตเค้ากำไรอยู่เยอะพอควร ดังนั้นสมการคือ จะเอากำไรและต้นทุนออกมาไว้ในสมุดบัญชีได้อย่างไร โดยที่หุ้นยังคงอยู่เหมือนเดิม หรือ มากกว่าเดิม<br />
&#8230;<br />
เวลาผ่านไป 10 วัน น้องท่านนี้ไลน์มาบอกว่า &#8221; พอร์ตบวม &#8221;<br />
ผมจึงถามว่า พอร์ตบวมคืออะไร น้องตอบว่า &#8230; ต้นทุนพอร์ตมันสูงขึ้น<br />
&#8230;<br />
ผมจึงบอกว่า &#8230; ลองดูให้ดี จากเดิมที่เริ่มระบบ ไม่มีเงินเลยสักบาทเดียวในสมุดบัญชี ผ่านมา 10 วัน มีเงินไหลเข้ามาหลายหมื่นบาท และ หุ้นในพอร์ตมากกว่าเดิม มันไม่ใช่การเอาเงินเพิ่มลงไปซื้อหุ้นจนต้นทุนเพิ่ม<br />
&#8230;<br />
น้องถามว่า มันเป็นอย่างนี้ได้อย่างไร ผมตอบน้องง่าย ๆ ว่า &#8221; ผมก็ไม่รู้เหมือนกัน ตลาดหุ้นมันมีข้อสงสัยเต็มไปหมด ดังนั้น สิ่งที่ควรทำคือ หาวิธีที่ดี เลิกสงสัย แล้วรอดูผลของมัน &#8221;<br />
&#8230;<br />
และผมถามต่อว่า &#8230; แล้วถ้าคิดว่าพอร์ตบวม กังวลไหม และ จะทำต่อไหม น้องก็บอกว่า จะทำต่อ<br />
&#8230;<br />
1 เดือนผ่านไป น้องตื่นเต้นมาก เพราะอยู่ ๆ เงินก็ไหลเข้าบัญชีจนถึงเป้าแรกที่จะได้สิทธิเพิ่มหุ้นบริษัทใหม่เข้าพอร์ต<br />
น้องท่านนี้ เลือกหุ้นอย่างสนุกสนาน เพื่อเป็นหุ้นใหม่เข้าพอร์ต<br />
&#8230;<br />
ระบบจึงเริ่มสนุกขึ้น เพราะมีกติกาที่ต้องเรียนเพิ่มขึ้นจากเดิม ทีจากเดิมมีเพียง ขึ้นซื้อ ลงขาย<br />
&#8230;<br />
จากเดิมที่น้องท่านนี้ ปล่อยหุ้นไว้เฉย ๆ เพราะไม่รู้จะทำอะไรกับมัน กลายเป็นสนุกกับการปั๊มเงิน ปั๋็มหุ้น ถึงกับบอกว่า สนุกมากเลย<br />
&#8230;<br />
เมื่อเป้าแรกผ่านไป ผมกำหนดเป้าที่สองต่อ น้องท่านนี้ก็ยังร้องเหมือนเดิม &#8230; โห เป้าอีกไกลเลย จะได้ไหมเนี่ยะ<br />
&#8230;<br />
ผมยังคงยิ้มและตอบเช่นเดิม &#8221; เด๋วก็ได้ *0* &#8221;<br />
&#8230;<br />
ณ วันนี้ เป้าที่สองก็ผ่านไปอีก ได้หุ้นเพิ่มอีก และยอดเงินในบัญชี กำลังถึงเป้าที่ 3 น้องกำลังเตรียมหุ้นใหม่ที่จะเอาเข้าพอร์ต ( รอบนี้ เตรียมหุ้นใหม่แต่วันเลย อิอิ )<br />
&#8230;<br />
ในช่วงเวลาที่ผ่านมา มีหุ้นบางตัวที่น้องต้องปล่อยขายออกมาเรื่อย ๆ จนน้องกลัวหุ้นจะหมดมือ ผมบอกเพียงว่า ขอให้เชื่อระบบ อย่าไปฝืนระบบ ( แล้วน้องก็ฝืนจริง ๆ ในวันหนึ่ง )<br />
&#8230;<br />
แล้วจากนั้นไม่กี่วัน หุ้นที่น้องฝืนซื้อเข้ามา เพราะเสียดาย ก็พ่นพิษ จนน้องบอกว่า ไม่น่าเลย ไม่น่าด่วนใจร้อนเลย ( ผมได้แต่อมยิ้ม เพราะดีใจที่น้องเจอกับตัวเอง โดยที่ผมไม่ต้องตำหนิ )<br />
&#8230;<br />
ระหว่างทาง น้องก็ถามว่า จะทราบได้อย่างไรว่า เค้าสามารถทำได้แล้ว อยู่ในตลาดหุ้นได้แล้ว ?<br />
..<br />
..<br />
ผมตอบว่า &#8221; จนกว่าจะได้เงินทุนเริ่มต้นทั้งหมด เข้ามาอยู่ในสมุดบัญชีทั้งหมด และ หุ้นในมือ ยังเท่าเดิม หรือ มากกว่าเดิม นั่นแหละ ผมจึงจะสรุปว่า &#8212;-&gt;&gt;&gt; ผ่าน &#8221;<br />
&#8230;<br />
ระยะเวลาท่ี่เรียนมา แม้จะแค่ 2 เดือน แต่น้องก็ได้เห็นอะไรจากระบบ เห็นสิ่งที่ระบบทำงาน ได้เห็นว่า ตลาดหุ้นมันทำเงินง่าย ขอเพียงมีระบบที่ถูกต้อง แล้วเชื่อใจระบบ อย่าฝืนระบบ ระบบจะทำงานของมันอย่างถูกต้องเอง ทั้ง<br />
การ Cut Loss &#8230;<br />
การ Let Profit Run &#8230;.<br />
การ เพิ่มหุ้นใหม่<br />
การ อดทนที่จะรอตามที่ระบบทำงาน<br />
การ ปั้มเงินของระบบ<br />
&#8230;<br />
โดยที่น้องไม่ต้องคิดสงสัย ไม่ต้องหาเหตุผลว่ามันมาได้อย่างไร ไม่ต้องดูข่าวสถานการณ์บ้านเมือง ไม่ต้องดูความเป็นไปของตลาดโลก ดูเพียงแค่ &#8230;. ราคาหุ้น<br />
&#8230;<br />
&#8230;<br />
ผมบอกน้องท่านนี้ว่า วงจรหุ้น มันยังอีกยาว ผมอาจจะต้องใช้เวลาสอนถึง 2 ปี ในการดึงเงินต้นทุนทั้งหมดกลับสู่สมุดบัญชี โดยที่หุ้นในมือยังเท่าเดิมหรือมากกว่าเดิม &#8230;. ขอให้อดทนจนถึงวันนั้น แล้วผมจะปล่อยมือให้น้องลุยด้วยตัวเอง<br />
..<br />
&#8230;<br />
น้องท่านนี้ เป็นคุณหมอ ที่ช่วยชีวิตผมไว้ในคราวที่ผมเข้า ICU<br />
&#8230;.<br />
&#8230;.<br />
( ยิ้มแย้ม )<br />
เด่นศรี ครับ</p>
<p>***************************************************************************<br />
ต้ดข้อความช่วงที่คุณเด่นศรีพูดถึงพอร์ตของคุณหมอลูกศิษย์คุณเด่นศรี</p>
<p>&#8220;จากเดิมที่เริ่มระบบ ไม่มีเงินเลยสักบาทเดียวในสมุดบัญชี ผ่านมา 10 วัน มีเงินไหลเข้ามาหลายหมื่นบาท และ หุ้นในพอร์ตมากกว่าเดิม&#8221;<br />
&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;..<br />
&#8221; 1 เดือนผ่านไป น้องตื่นเต้นมาก เพราะอยู่ ๆ เงินก็ไหลเข้าบัญชีจนถึงเป้าแรกที่จะได้สิทธิเพิ่มหุ้นบริษัทใหม่เข้าพอร์ต &#8221;<br />
&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;.</p>
<p>จาก 2 ประโยคด้านบน ทำให้จับประเดินได้ว่า ใน 10 วันแรก แม้ว่าจำนวนเงินในบัญชีจะไม่ได้เพิ่มขึ้นถึงเป้าแรกที่จะซื้อหุ้นบริษัทใหม่เพิ่ม(เข้าใจว่าเป็นเป้าในความหมายที่คุณกระสุนนำข้อความมาโพส) แต่หุ้นเดิมๆ ก็เพิ่มขึ้นแล้วใน 10 วันแรก</p>
<p>ตรงนี้คืออีกจุดที่ผมสงสัยครับว่ากระบวนการซื้อขายแบบ&nbsp;&nbsp;1% น่าจะแยกเป็นซื้อเพิ่มใหญ่กับซื้อเพิ่มย่อย ซื้อเพิ่มใหญ่คือซื้อหุ้นบริษัทใหม่หรือเพิ่มหุ้นเดิมเมื่อเงินในบัญชีถึง 1 แสน(ต่อทุน 1 ล้าน)ตามที่คุณกระสุนช่วยยกข้อความมาให้ดูกัน&nbsp;&nbsp;แต่ซื้อเพิ่มย่อย น่าจะมีตลอดในช่วงการซื้อขาย 1% นั้น เพราะแค่ 10 วันแรก ก่อนถึงเป้าซื้อเพิ่มใหญ่ตอน 1 เดือน จำนวนหุ้นในพอร์ทของคุณหมอศิษย์คุณเด่นศรีก็เพิ่มขึ้นแล้ว</p>
<p>ผมจึงอยากทราบจังหวะการซื้อเพิ่มย่อยตรงนี้หน่อยครับ คุณกระสุนหรือคุณกำไรสุทธิ หรือท่านอื่นที่ใช้ระบบ 1% พอจะแนะนำให้หน่อยได้ไหมครับ<br />
ขอบคุณทุกท่านล่วงหน้าครับ</p>
]]></content:encoded>
		
			</item>
	</channel>
</rss>

<!--
Performance optimized by W3 Total Cache. Learn more: https://www.boldgrid.com/w3-total-cache/

Object Caching 37/91 objects using disk
Page Caching using disk: enhanced 

Served from: www.tronstory.com @ 2026-06-18 04:35:49 by W3 Total Cache
-->